คดีจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม
 
รับว่าความทั่วประเทศ
ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายเบื้องต้นฟรี
ติดต่อทนายเนยหวาน
โทร 065 9879887
LINE : TTMLAW
เปิดบริการทุกวัน 24 ชั่วโมง
 
    "การรับบุตรบุญธรรม มีตั้งแต่สมัยสมัยกรีกโรมัน โดยแนวคิดที่ว่ากฎหมายสามารถสร้างบุตรได้"    
    การรับบุตรบุญธรรม หมายถึง การรับลูกของคนอื่นมาเลี้ยงดูเสมือนเป็นลูกของตัวเอง ซึ่งจะต้องจดทะเบียนจึงจะสมบูรณ์ตามกฎหมายว่าด้วยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/27
 
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4851/2538 การที่เจ้ามรดกทำหนังสือมีข้อความแสดงความจำนงและยินยอมรับผู้ร้องเป็นบุตรบุญธรรม แต่ปรากฎว่าไม่ได้จดทะเบียนตามกฎหมาย ผู้ร้องจึงไม่ใช่บุตรบุญธรรมของเจ้ามรดก ไม่มีส่วนได้เสียในทรัพย์สินของเจ้ามรดก จึงไม่มีอำนาจตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกได้
 
หลักเกณฑ์ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง สำคัญ
1. ผู้รับบุตรบุญธรรมจะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี และจะต้องมีอายุมากกว่าผู้ที่จะมาเป็นบุตรบุญธรรมอย่างน้อย 15 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/19
2. ผู้ที่จะมาเป็นบุตรบุญธรรม ถ้าอายุยังไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์ จะต้องได้รับความยินยอมจากบุคคลดังต่อไปนี้
   2.1. พ่อและแม่ หรือพ่อหรือแม่แล้วแต่กรณี หากพ่อหรือแม่ตายไปแล้ว หรือถูกถอนอำนาจปกครองไป ก็ต้องได้ความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรมตามกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/21
   2.2. กรณีไม่มีผู้ให้ความยินยอมดังกล่าว หรือทั้งสองคนไม่สามารถแสดงเจตนาให้ความยินยอมได้ ต้องยื่นคำร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งอนุญาตแทนการให้ความยินยอมนั้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/21 วรรคสอง
   2.3. กรณีผู้เยาว์เป็นผู้ถูกทอดทิ้ง และอยู่ในความดูแลของสถานสงเคราะห์เด็ก ให้สถานสงเคราะห์เด็กเป็นผู้ให้ความยินยอมแทนบิดาและมารดา
3. ถ้าผู้เป็นบุตรบุญธรรมมีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป จะต้องให้ความยินยอมในการเป็นบุตรบุญธรรมด้วย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/20
4. ถ้าผู้ที่จะรับบุตรบุญธรรมและผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรมมีคู่สมรส ต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรสของตัวเองก่อน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/25 เว้นแต่ 
   4.1. คู่สมรสไม่สามารถมาให้ความยินยอมได้ เช่น เป็นคนวิกลจริต หรือเป็นคนไร้ความสามารถ
   4.2. คู่สมรสนั้นไปเสียจากภูมิลำเนาของตัวเอง และไม่มีใครทราบข่าวคราวเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี
กรณีที่คู่สมรสไม่สามารถมาให้ความยินยอมได้ จะต้องไปร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งอนุญาตแทนการให้ความยินยอมของคู่สมรสนั้นเสียก่อน ถ้าไม่ได้รับความยินยอมจากคู่สมรสย่อมไม่สมบูรณ์
5. การรับเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะมาเป็นบุตรบุญธรรม ผู้รับบุตรบุญธรรมต้องมายื่นคำขอ พร้อมด้วยหนังสือแสดงความยินยอมของผู้มีอำนาจให้ความยินยอมดังที่กล่าวมาข้างต้น ที่
   5.1. ศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ในกรณีที่ผู้ขอมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร หรือที่ว่าการอำเภอ กิ่งอำเภอ หรือประชาสงเคราะห์จังหวัด กรณีที่ผู้ขอมีภูมิลำเนาในต่างจังหวัด
   5.2. โดยอธิบดีกรมประชาสงเคราะห์ หรือผู้ว่าราชการจังหวัดแล้วแต่กรณี จะให้ผู้ขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมไปทำการทดลองเลี้ยงดูเด็กด้วยตนเองเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน(ตามพระราชบัญญัติ การรับด็กเป็นบุตรบุญธรรม พ.ศ.2522) ก่อนที่จะทำการอนุญาตให้ไปจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม ยกเว้น กรณีผู้รับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดา หรือเป็นพี่น้องร่วมบิดาหรือมารดา ทวด ปู่ ย่า ตา ยาย ลุง ป้า น้า อา หรือผู้ปกครองตามกฎหมายของผู้ที่เป็นบุตรบุญธรรม ไม่ต้องมีการทดลองเลี้ยงดูเด็กดังกล่าว
6. ผู้ที่ได้จดทะเบียนเป็นบุตรบุญธรรมของคนอื่นอยู่ก่อนแล้ว จะมาจดทะเบียนเป็นบุตรบุญธรรมของคนอื่นซ้ำอีกในเวลาเดียวกันไม่ได้ เว้นแต่จะมาเป็นบุตรบุญธรรมของคู่สมรสของผู้รับบุตรบุญธรรม (ป.พ.พ. มาตรา 1598/26)
7. พระภิกษุ จะรับบุตรบุญธรรมไม่ได้
 
หลักฐานเอกสาร
ฝ่ายผู้ขอรับเด็กบุตรบุญธรรม (สามี-ภริยา)
1. รูปถ่าย 4.5*6 C.m. (ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน) 2 รูป
2. บัตรประจำตัวประชาชน / PASSPORT
3. ทะเบียนบ้าน
4. ทะเบียนสมรส หรือทะเบียนหย่า
5. หนังสือแสดงการเปลี่ยนชื่อ(ถ้ามี)
6. ใบมรณบัตร (กรณีคู่สมรสถึงแก่ความตาย)
7. ใบรับรองแพทย์ที่แสดงว่า เป็นผู้มีร่างกายและจิตใจปกติ (ไม่เกิน 6 เดือน) และผลการทดสอบสภาพจิต
8. กรณีขอรับเด็กกำพร้าในความอุปการะเลี้ยงดูของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ หรือผู้ขอมีอายุไม่เกิน 40 ปี และยังไม่มีบุตร ให้แสดงใบรับรองแพทย์ระบุสาเหตุของการไม่มีบุตร
9. เอกสารรับรองการทำงานและรายได้ หากผู้ขอทำงานในต่างประเทศ ให้ยื่นภาษาอังกฤษพร้อมแปลภาษาไทยที่ผ่านการรับรองการแปล
10. ภาพถ่ายสถานที่อยู่อาศัย แผนการเลี้ยงดูเด็ก และเอกสารรับรองทรัพย์สิน (เฉพาะกรณีขอรับเด็กกำพร้าในความอุปการะเลี้ยงดูของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ)
11. หนังสือความเห็นชอบของบุตรของผู้ขอรับบุตรบุญธรรม กรณีบุตรผู้นั้นอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป หากบุตรย้ายไปอยู่ที่อื่นต้องทำบันทึกเหตุที่ไม่สามารถติดต่อได้ด้วย
12. คำสั่งศาลแทนการแสดงเจตนาแทนคู่สมรส กรณีคู่สมรสไม่อาจให้ความยินยอมได้หรือหาตัวไม่พบ
13. หนังสือยินยอมจากคู่สมรส
14. ผลตรวจประวัติอาชญากรรม
 
ฝ่ายบิดา-มารดาผู้มอบเด็กบุตรบุญธรรม
1. รูปถ่าย 4.5*6 C.m. (ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน) คนละ 2 รูป
2. บัตรประจำตัวประชาชน / PASSPORT
3. ทะเบียนบ้าน
4. ทะเบียนสมรส หรือทะเบียนหย่า พร้อมข้อตกลงการหย่าที่ระบุว่าฝ่ายใดเป็นผู้มีอำนาจปกครองบุตร
5. หนังสือแสดงการเปลี่ยนชื่อ(ถ้ามี)
6. ใบมรณบัตร (กรณีคู่สมรสถึงแก่ความตาย)
7. ทะเบียนรับรองบุตร (กรณีบิดามารดาไม่ได้จดทะเบียนสมรส)
8. พยานเพื่อสอบสถานภาพการสมรสของมารดาเด็ก จำนวน 2 คน พร้อมบัตรประชาชน และทะเบียนบ้านของพยาน โดยพยานจะต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป (กรณีที่บิดามารดาเด็กไม่ได้จดทะเบียนและมารดาเด็กแจ้งว่าไม่สามารถติดตามบิดาเด็กได้)
9. คำสั่งศาลแสดงเจตนาให้ความยินยอมแทนบิดามารดาของเด็ก (กรณีบิดามารดา หรือบิดาหรือมารดาซึ่งเป็นผู้มีอำนาจปกครองเด็ก ไม่สามารถมาแสดงตนและให้ความยินยอมตามแบบ บธ.6 ต่อหน้า พนักงานเจ้าหน้าที่)
10. กรณีที่มารดาเด็กอายุไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์ ให้นำผู้แทนโดยชอบธรรม มาให้ความยินยอมในการมอบเด็กเป็นบุตรบุญธรรม พร้อมบัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้าน
 
ฝ่ายเด็ก
1. รูปถ่าย 4.5*6 C.m. (ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน) จำนวน 2 รูป
2. สูติบัตร
3. บัตรประจำตัวประชาชน 
4. ทะเบียนบ้าน
5. หนังสือแสดงการเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้ามี)
 
สถานที่ติดต่อ
» กรุงเทพมหานคร รวมทั้งชาวต่างประเทศ ไปติดต่อเพื่อยื่นคำขอได้ที่ ศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ
» ต่างจังหวัด ยื่นคำขอต่อนายทะเบียน ณ ที่ว่าการอำเภอ หรือที่ทำการประชาสงเคราะห์จังหวัดที่ได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมประชาสงเคราะห์ หรือผู้ว่าราชการจังหวัด 
 
ขั้นตอนในการติดต่อขอจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม
1. ให้ผู้รับบุตรบุญธรรมยื่นคำร้องพร้อมด้วยหลักฐาน
2. ให้ผู้รับบุตรบุญธรรม บุตรบุญธรรมที่มีอายุ 15 ปี ขึ้นไป บิดาและมารดา บิดาหรือมารดา หรือผู้แทนโดยชอบธรรม คู่สมรส (ถ้ามี) ไปแสดงตนต่อหน้านายทะเบียนอำเภอหรือเขต เพื่อแสดงความยินยอมในการจดทะเบียน
3. นายทะเบียนตรวจสอบเอกสารและหลักเกณฑ์ต่างๆ เมื่อเห็นว่าถูกต้องครบถ้วน ก็จะจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมให้ตามคำร้อง
4. ผู้รับบุตรบุญธรรมและบุตรบุญธรรมที่มีคู่สมรส ต้องนำคู่สมรสมาให้ความยินยอมด้วย
 
สิทธิและข้อควรทราบ
1. การจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม ไม่มีใบสำคัญออกให้ ถ้าต้องการหลักฐานให้การยื่นคำร้องให้ยื่นคำขอคัดสำเนาทะเบียน โดยเสียค่าธรรมเนียม 
2. เมื่อจดทะเบียนแล้ว ผู้รับบุตรบุญธรรมจะมีอำนาจปกครองบุตรบุญธรรม โดยมีหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูเสมือนเป็นบุตรที่ถูกต้องตามกฎหมายของตนเอง
3. เมื่อจดทะเบียนแล้ว บิดามารดาโดยกำเนิดจะหมดอำนาจปกครองบุตรโดยผลของกฎหมายทันที (ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/28)
4. ผู้เป็นบุตรบุญธรรม มีสิทธิที่จะใช้ชื่อสกุล และมีสิทธิรับมรดกของผู้รับบุตรบุญธรรม แต่ผู้รับบุตรบุญธรรมไม่มีสิทธิรับมรดกของผู้เป็นบุตรบุญธรรม
5. ผู้เป็นบุตรบุญธรรม มีฐานะอย่างเดียวกับบุตรชอบด้วยกฎหมาย
6. จะเป็นบุตรบุญธรรมของบุคคลอื่นอีกไม่ได้ เว้นแต่คู่สมรสของผู้รับบุตรบุญธรรม
 
ข้อแนะนำเพิ่มเติมจากทนายความ
1. กรณีบุตรบุญธรรมเป็นผู้เยาว์ จะต้องได้รับความยินยอมจากบิดาและมารดา หรือบิดาหรือมารดา กรณีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถูกถอนอำนาจปกครองบุตร
2. ถ้าไม่มีผู้มีอำนาจผู้ให้ความยินยอม หรือกรณีบิดาหรือมารดาไม่ให้ความยินยอมโดยไม่มีเหตุผลสมควร ให้อีกฝ่ายหนึ่งหรือผู้ที่จะขอรับบุตรบุญธรรม ร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งอนุญาตให้มีการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมแทนการให้ความยินยอมก็ได้
3. ผู้รับบุตรบุญธรรม หรือบุตรบุญธรรม ถ้ามีคู่สมรสต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรสก่อน แต่ในกรณีที่คู่สมรสไม่สามารถแสดงเจตนาให้ความยินยอมได้ หรือไปเสียจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ และหาตัวไม่พบเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี ต้องร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งอนุญาตแทนการให้ความยินยอมของคู่สมรสนั้น
 
ตัวอย่าง คำร้องแทนการให้ความยินยอมของมารดาเด็กในการจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม
    ข้อ 1. ผู้ร้องทั้งสองเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย จดทะเบียนสมรสกัน ณ สำนักงานทะเบียน เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2540 รายละเอียดปรากฎตามสำเนาใบสำคัญการสมรส เอกสารท้ายคำร้องหมายเลข 1
    ผู้ร้องทั้งสองมีฐานะเป็นอาของเด็กชายน้อย ซึ่งผู้ร้องทั้งสองได้อุปการะเลี้ยงดูและส่งเสียให้เด็กชายน้อยได้เล่าเรียนมาตลอดจนถึงปัจจุบัน ทั้งรับเด็กชายน้อยมาอุปการะไว้ที่บ้านของผู้ร้องทั้งสองด้วยจนถึงปัจจุบันนี้เป็นระยะเวลากว่า 10 ปี รายละเอียดปรากฎตามสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ร้องทั้งสองและของเด็กชายน้อย เอกสารท้ายคำร้องหมายเลข 2,3 และ 4 ตามลำดับ
    ข้อ 2. ขณะนี้ นายใหญ่ ซึ่งเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายของเด็กชายน้อย ได้ยินยอมยกเด็กชายน้อย ให้เป็นบุตรบุญธรรมของผู้ร้องทั้งสองแล้ว แต่นางเล็ก มารดาโดยชอบด้วยกฎหมายของเด็กชายน้อย ได้หายสาบสูญและไม่เคยติดต่อกลับมาเลย จึงไม่อาจขอรับความยินยอมโดยชอบจากนางเล็กได้ ผู้ร้องทั้งสองจึงขอประทานเสนอต่อศาลที่เคารพ ขอศาลได้โปรดไต่สวนและมีคำสั่งให้ความยินยอมแทนนางเล็ก ในการที่ผู้ร้องทั้งสองจะรับเด็กชายเล็ก เป็นบุตรบุญธรรมของผู้ร้องทั้งสองด้วย เพื่อความเจริญก้าวหน้าของเด็กชายน้อยต่อไป
    ข้อ 3. ผู้ร้องทั้งสองมีคุณสมบัติที่เหมาะสม มีความประพฤติเรียบร้อย ไม่เคยเป็นบุคคลล้มละลาย และไม่เคยถูกศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ ขอศาลได้โปรดอนุญาต
                                            ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด
                   ลงชื่อ                                                       ผู้ร้องทั้งสอง
คำร้องฉบับนี้ ข้าพเจ้านางสาวธัญธิตา ตันมา ทนายความผู้ร้องทั้งสอง เป็นผู้เรียงและพิมพ์
                  ลงชื่อ                                                        ผู้เรียงและพิมพ์
 

 

อัตราค่าบริการจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม

 

 

ลำดับ

 

 

รูปแบบคดี

 

 

ราคา(บาท)

 

 

1

 

 

ยื่นคำร้องขออนุญาตต่อศาล

 

 

-x-