Company Logo

Contact Us

Notice


DBDTLG2

 

ยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อขอให้กลับจดชื่อห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทคืนสู่ทะเบียน

   ห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่ถูกนายทะเบียนขีดชื่อออกจากทะเบียน เนื่องจากมิได้ทำการค้าหรือประกอบกิจการ และไม่ได้นำส่งงบการเงินต่อสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทในทุกๆปี ติดต่อกันเกิน 3 ปี จะกลายเป็นห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทร้าง ผลคือสิ้นสภาพนิติบุคคลตั้งแต่นายทะเบียนขีดชื่อออก ทำให้ไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายอีกต่อไป

  เมื่อประสงค์กลับคืนสู่ทะเบียน กรรมการหรือผู้ถือหุ้นจะต้องให้ทนายความจัดทำคำร้องยื่นต่อศาลขอให้มีคำสั่งให้นายทะเบียนมีคำสั่งรับจดทะเบียนบริษัทกลับคืนสู่ทะเบียน

 

ผู้มีสิทธิยื่นคำร้อง

1 ห้างหุ้นส่วน ผู้เป็นหุ้นส่วน

2 บริษัท กรรมการ ผู้ถือหุ้น

3 เจ้าหนี้ (กรมสรรพากร)

 

เหตุที่ศาลจะมีคำสั่งอนุญาตได้ ดังนี้

1 ในขณะที่ถูกขีดชื่อออก ยังทำการค้าขายหรือยังประกอบกิจการอยู่ตามปกติ

2 เพื่อความยุติธรรม เช่น บริษัทมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน ต้องการจดทะเบียนเลิกบริษัท ตั้งผู้ชำระบัญชี หรือเจ้าหนี้ต้องการฟ้องร้องบังคับคดี เป็นต้น (เป็นการใช้ดุลพินิจของศาลที่กว้างขวาง)

 

เอกสารประกอบการยื่นคำร้อง

1 หนังสือรับรองนิติบุคคลบริษัท / ห้างหุ้นส่วน

2 บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น(ฉบับยื่นไว้ล่าสุด)

รายการจดทะเบียนของห้างหุ้นส่วน

4 คำสั่งสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครหรือจังหวัด เรื่อง ขีดชื่อห้างหุ้นส่วนบริษัทออกจากทะเบียน

5 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนกรรมการ / หุ้นส่วน

6 หนังสือให้ความยินยอมของกรรมการ / หุ้นส่วน / ผู้ถือหุ้น 

7 เอกสารยืนยันการดำเนินกิจการ เช่น ใบกำกับภาษีซื้อขาย ใบแจ้งหนี้ ใบส่งของ ใบเสร็จรับเงิน สัญญาว่าจ้าง เป็นต้น

8 รายการทรัพย์สินของนิติบุคคล (ถ้ามี) เช่น โฉนดที่ดิน ใบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ บัญชีเงินฝาก เป็นต้น

9 หลักฐานสิทธิเรียกร้องบุคคลภายนอก (ถ้ามี) เช่น เช็ค สัญญารับสภาพหนี้ เป็นต้น

10 หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)

 

ค่าธรรมเนียมศาล

1 ค่าขึ้นศาล 200 บาท

2 ค่าส่งสำเนาให้นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ 260 บาท หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ตามอัตราของศาล

ค่าประกาศโดยวิธีลงโฆษณาผ่านสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ E-Notice system ฟรี

4 ค่าส่งสำเนาให้กรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคล ตามอัตราค่าป่วยการของศาล

 

ขั้นตอนการนำส่งคำสั่งศาลให้นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร จดชื่อกลับคืนเข้าสู่ทะเบียน

เอกสารประกอบ จำนวนอย่างละ 1 ชุด

1 สำเนาคำสั่งศาล พร้อมเจ้าหน้าที่ศาลรับรอง

2 สำเนาหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด พร้อมเจ้าหน้าที่ศาลรับรอง

3 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน

   ภายหลังการยื่นเรื่อง 1 สัปดาห์ ทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะแก้ไขสถานะนิติบุคคลให้ โดยจะระบุว่า "คืนสู่ทะเบียน"

 

สถานที่ยื่น

1 ต่างจังหวัด สามารถยื่นเรื่องได้ที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัด

2 สำหรับเขตพื้นที่ กทม. ต้องยื่นตามเขตพื้นที่ จำนวน 6 ที่ และกองทะเบียนธุรกิจ ชั้น 9 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์

 

ตัวอย่าง คำพิพากษาศาลฏีกา ที่น่าสนใจ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4466/2553

   ป.พ.พ. มาตรา 1249 บัญญัติว่า "ห้างหุ้นส่วนก็ดี บริษัทก็ดี แม้จะได้เลิกกันแล้ว ก็ให้พึงถือว่ายังคงตั้งอยู่ตราบเท่าเวลาที่จำเป็นเพื่อการชำระบัญชี" กับมาตรา 1250 บัญญัติว่า "หน้าที่ของผู้ชำระบัญชี คือ ชำระสะสางการงานของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้นให้เสร็จไป กับจัดการใช้หนี้เงินและแจกจำหน่ายสินทรัพย์ของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้น" บทบัญญัติทั้งสองมาตราดังกล่าวชี้ชัดถึงเจตนารมณ์ของกฎหมายมุ่งประสงค์ให้นิติบุคคลซึ่งเป็นบุคคลสมมุติจะเลิกได้นั้น จะต้องมีการชำระบัญชีเพื่อมีการชำระหนี้เงินให้แก่เจ้าหนี้ และแจกจำหน่ายสินทรัพย์ของนิติบุคคลนั้นแล้วแต่กรณี จึงได้กำหนดหน้าที่ของผู้ชำระบัญชีไว้ชัดแจ้ง เพื่อคุ้มครองสิทธิของเจ้าหนี้และบังคับให้ผู้ชำระบัญชีต้องปฏิบัติอันจะส่งผลก่อเกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายที่มีนิติสัมพันธ์กับนิติบุคคล ยิ่งไปกว่านั้น รัฐยังได้ตรา พ.ร.บ.กำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคมและมูลนิธิ พ.ศ.2499 ซึ่งมีโทษทางอาญากำกับไว้อีกด้วย โดยมาตรา 32 บัญญัติระวางโทษปรับไม่เกินแปดหมื่นบาทแก่ผู้ชำระบัญชีที่ไม่กระทำตาม ป.พ.พ. มาตรา 1253 ซึ่งกำหนดหน้าที่ของผู้ชำระบัญชีจะต้องกระทำ เช่น ต้องส่งคำบอกกล่าวว่านิติบุคคลนั้นได้เลิกกันแล้วเป็นจดหมายลงทะเบียนไปรษณีย์ไปยังเจ้าหนี้ทั้งหลายทุกๆคน บรรดามีชื่อปรากฏในสมุดบัญชีหรือเอกสารของห้างหรือบริษัทนั้น ในการชำระบัญชีจำเลยที่ 1 ผู้ชำระบัญชีจำเลยที่ 1 คือจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นกรรมการของจำเลยที่ 1 และร่วมเป็นผู้ค้ำประกันหนี้ตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีและสัญญากู้เงินที่จำเลยที่ 1 ทำไว้ต่อโจทก์จงใจไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดโดยไม่ส่งคำบอกกล่าวการเลิกบริษัทแก่โจทก์ เพื่อโจทก์จะได้ใช้สิทธิยื่นคำทวงหนี้แก่จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้ชำระบัญชีและตามพฤติการณ์แห่งคดีมีเหตุผลให้เชื่อได้ว่าจำเลยที่ 2 ดำเนินการชำระบัญชีโดยไม่สุจริต มีเจตนาฉ้อฉลต่อโจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้ จึงต้องถือว่าการชำระบัญชียังไม่สำเร็จลงตามบทบัญญัติแห่ง ป.พ.พ. มาตรา 1270 วรรคหนึ่ง

   การที่นายทะเบียนรับจดทะเบียนการชำระบัญชีไม่ว่าจะโดยสมรู้กับจำเลยที่ 2 หรือเป็นการหลงผิดก็ไม่ถือว่าการชำระบัญชีจำเลยที่ 1 ได้ถึงที่สุดแล้ว แต่ต้องถือว่าจำเลยที่ 1 ยังคงตั้งอยู่ตราบเท่าที่จำเป็นเพื่อการชำระบัญชีตามมาตรา 1249 อายุความสองปีตามมาตรา 1272 จึงยังไม่เริ่มนับ คดีโจทก์ย่อมไม่ขาดอายุความตามบทบัญญัตินี้

   โจทก์หาจำต้องยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อสั่งให้นายทะเบียนจดชื่อจำเลยที่ 1 กลับคืนเข้าสู่ทะเบียนนิติบุคคลตามมาตรา 1246 (6) (มาตรา 1273/4 ตามที่แก้ไขใหม่) ทั้งนี้เพราะกรณีดังกล่าวเป็นเรื่องนายทะเบียนบริษัทมีมูลเหตุอันสมควรเชื่อว่าบริษัทใดมิได้ทำการค้าขายหรือประกอบการงานแล้ว บทบัญญัติในมาตรา 1246 (1) (มาตรา 1273/1 ตามที่แก้ไขใหม่) จึงต้องกำหนดให้นายทะเบียนมีจดหมายไต่ถามไปยังบริษัทนั้น ซึ่งต่างกับเหตุในคดีนี้ที่จำเลยที่ 1 เป็นฝ่ายแสดงเจตนาเลิกบริษัทเอง

 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1538/2550

   บริษัทซึ่งเป็นลูกหนี้ถูกนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครขีดชื่อออกจากทะเบียนเป็นบริษัทร้าง ทำให้ผู้ร้องซึ่งได้รับโอนสิทธิเรียกร้องมาจากเจ้าหนี้ไม่สามารถฟ้องร้องดำเนินคดีแก่บริษัทดังกล่าวได้ จึงเป็นกรณีที่ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าหนี้รู้สึกว่าต้องเสียหายมิเป็นธรรม เพราะการที่บริษัทลูกหนี้ถูกขีดชื่อจากนายทะเบียน แม้ผู้ร้องจะมีสิทธิยื่นฟ้องกรรมการของบริษัทดังกล่าวในฐานะผู้ชำระบัญชีให้ชำระหนี้ของบริษัทได้ เพราะผู้ชำระบัญชีมีหน้าที่ชำระสะสางการงานของบริษัทให้เสร็จไป กับจัดการใช้หนี้เงินและแจกจำหน่ายสินทรัพย์ของบริษัทนั้นตาม ป.พ.พ. มาตรา 1250 ก็ตาม ก็หาเป็นการตัดสิทธิของเจ้าหนี้ของบริษัทที่รู้สึกว่าต้องเสียหายมิเป็นธรรม เพราะการที่บริษัทลูกหนี้ถูกขีดชื่อจากทะเบียน จะยื่นคำร้องขอต่อศาลเพื่อให้บริษัทดังกล่าวกลับจดชื่อคืนเข้าสู่ทะเบียนเพื่อดำเนินการเรียกร้องหนี้สินจากบริษัทโดยตรงไม่

 

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่เกี่ยวข้อง

มาตรา 1273/4 ถ้าห้างหุ้นส่วน ผู้เป็นหุ้นส่วน บริษัท ผู้ถือหุ้น หรือเจ้าหนี้ใดๆของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้น รู้สึกว่าต้องเสียหายโดยไม่เป็นธรรมเพราะการที่ห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทถูกขีดชื่อออกจากทะเบียน เมื่อห้างหุ้นส่วน ผู้เป็นหุ้นส่วน บริษัท ผู้ถือหุ้นหรือเจ้าหนี้ ยื่นคำร้องต่อศาลและศาลพิจารณาได้ความเป็นที่พอใจว่า ในขณะที่ขีดชื่อห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทออกจากทะเบียนห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทยังทำการค้าขายหรือยังประกอบการงานอยู่ หรือเห็นเป็นการยุติธรรมในการที่จะให้ห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทได้กลับคืนสู่ทะเบียนก็ดี ศาลจะสั่งให้จดชื่อห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทกลับคืนเข้าสู่ทะเบียนก็ได้ และให้ถือว่าห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้นยังคงอยู่ตลอดมาเสมือนมิได้มีการขีดชื่อออกเลย โดยศาลจะสั่งและวางข้อกำหนดไว้เป็นประการใดๆ ตามที่เห็นเป็นการยุติธรรมด้วยก็ได้เพื่อให้ห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทและบรรดาบุคคลอื่นๆ กลับคืนสู่ฐานะอันใกล้ที่สุดกับฐานะเดิมเสมือนห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้นมิได้ถูกขีดชื่อออกจากทะเบียนเลย

   การร้องขอให้ห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทกลับคืนสู่ทะเบียน ห้ามมิให้ร้องขอเมื่อพ้นกำหนด 10 ปีนับแต่วันที่นายทะเบียนขีดชื่อห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทออกจากทะเบียน

 

ข้อแนะนำเพิ่มเติมจากทนายความ

1 คำร้องในการเริ่มคดีอย่างไม่มีข้อพิพาทหรือฝ่ายเดียว

2 เมื่อศาลมีคำสั่งรับคำร้อง ผู้ร้องต้องวางเงินค่าประกาศหนังสือพิมพ์ให้ทราบโดยทั่วกัน สำเนาให้นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร ณ 44/100 ถนนนนทบุรี 1 ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัด และกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคล หรือผู้ถือหุ้น ตามภูมิลำเนาทะเบียนบ้าน เพื่อให้คัดค้าน

3 ในทางไต่สวนต้องได้ความว่าผู้ร้องเป็นกรรมการ หรือผู้ถือหุ้นในบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนั้น ซึ่งในระหว่างนายทะเบียนมีคำสั่งขีดชื่อออกจากทะเบียนบริษัทนั้นยังคงประกอบการอยู่ตลอดมา เช่น สัญญาจ้างกำหนดช่วงระยะเวลาไว้ ใบเสร็จรับเงิน หลักฐานประกอบกิจการกับบริษัทคู่ค้า เป็นต้น

4 เมื่อศาลมีคำสั่งตามขอ หลังจากนั้น 1 เดือนจึงคัดคำสั่งศาล เพื่อนำไปให้นายทะเบียนจดชื่อบริษัทกลับคืนสู่ทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามกฏหมายต่อไป

5 นายทะเบียนเมื่อได้รับคำสั่งศาลแล้ว จะมีคำสั่งกลับจดทะเบียนคืนเข้าสู่ทะเบียน และแก้ไขข้อมูลรายการทะเบียนในหนังสือรับรอง พร้อมกับนำคำสั่งจดชื่อคืนสู่ทะเบียนส่งไปลงประกาศราชกิจจานุเบกษา 

6 เสนอคำร้องต่อศาลจังหวัดที่นิติบุคคลมีที่ตั้งสำนักงานใหญ่

7 ระยะเวลาในการดำเนินการ 3 - 4 เดือน

Link Website ประกาศถอนทะเบียนร้างและคืนสู่ทะเบียน https://www.dbd.go.th/more_news.php?cid=47

 

 

อัตราค่าบริการว่าความ คดีจดชื่อบริษัทกลับคืนสู่ทะเบียน 

 

 

ลำดับ

 

 

รูปแบบคดี

 

ราคา(บาท)

 

1

 

 

ยื่นคำร้องต่อศาล

 

20,000

 

2

 

 

ยื่นเรื่องต่อนายทะเบียน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

 

3,000

 

หมายเหตุ อัตรานี้เฉพาะคดีที่มีเขตอำนาจศาลอยู่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลำพูน

นอกเหนือจากนี้ เพิ่มค่าเดินทางกิโลเมตรละ 5 บาท




Powered by Joomla!®. Designed by: joomla 1.6 templates web hosting Valid XHTML and CSS.